Anukul Traffic

เผยเทคนิควิธีตีเส้นจราจรที่ช่างมืออาชีพนิยมใช้

ถนนทุกเส้นที่เราใช้สัญจรในแต่ละวัน ล้วนมี “เส้นจราจร” เป็นตัวช่วยสำคัญในการกำหนดช่องทางการขับขี่และสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ใช้ถนน แต่รู้หรือไม่ว่า วิธีตีเส้นจราจร ให้ได้เส้นที่ตรง เรียบ และทนทาน ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่หลายคนคิด งานตีเส้นถนนที่ดูเหมือนเรียบง่ายในสายตาคนทั่วไป แท้จริงแล้วต้องอาศัยความชำนาญเฉพาะด้าน ตั้งแต่การเตรียมพื้นผิว การเลือกใช้วัสดุ ไปจนถึงเทคนิคการควบคุมอุณหภูมิของสีที่ใช้ตีเส้น

ช่างมืออาชีพจึงมักมีเทคนิคเฉพาะตัวในการทำให้งานออกมาสมบูรณ์แบบ ทั้งในด้านความสวยงาม ความคงทน และการมองเห็นในทุกสภาพอากาศ บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกถึง เทคนิคและขั้นตอนของวิธีตีเส้นจราจร ที่ช่างระดับมืออาชีพนิยมใช้จริงในงานภาคสนาม เพื่อให้เข้าใจว่ากว่าจะได้เส้นสีขาวบนถนนหนึ่งเส้นนั้น ต้องผ่านกระบวนการที่ละเอียดและพิถีพิถันเพียงใด

วิธีตีเส้นจราจร

วิธีตีเส้นจราจรให้สวยงามและคงทนเหมือนมืออาชีพทำ

เส้นจราจรที่ชัดเจนและคงทนคือหัวใจสำคัญของความปลอดภัยบนท้องถนน แต่การทำให้ได้เส้นที่ตรง สวย และติดแน่นทนนานนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นจากการพ่นสีเพียงอย่างเดียว ต้องอาศัยความรู้ ความละเอียด และเทคนิควิธีตีเส้นจราจร เฉพาะตัวของผู้ชำนาญงาน ต่อไปนี้คือ 5 ขั้นตอนสำคัญที่ช่างผู้เชี่ยวชาญนิยมใช้ในงานจริง

ตีแนวเส้นจราจร

1. การเตรียมพื้นผิว

ก่อนจะเริ่มขั้นตอนวิธีตีเส้นจราจร สิ่งสำคัญที่สุดที่ช่างมืออาชีพให้ความสำคัญคือ “การเตรียมพื้นผิวถนนให้พร้อมก่อนลงสี” เพราะหากพื้นผิวไม่สะอาดหรือมีคราบฝุ่นและน้ำมันตกค้าง สีที่ใช้ตีเส้นจะไม่สามารถยึดเกาะได้ดี ส่งผลให้เส้นจราจรลอก หลุด หรือซีดจางได้ในเวลาไม่นาน

การเตรียมพื้นผิวที่ถูกต้องในวิธีตีเส้นจราจร จะเริ่มจากการ ทำความสะอาดถนนให้ปราศจากฝุ่น ดิน ทราย และคราบต่าง ๆโดยใช้เครื่องเป่าลมความเร็วสูง เครื่องดูดฝุ่น หรือแปรงเหล็กขัด หากมีคราบน้ำมันหรือยางมะตอยเก่า ต้องใช้น้ำยาทำความสะอาดเฉพาะทางขจัดออก เพื่อให้ผิวถนนสะอาดและแห้งสนิทก่อนเริ่มงาน

สำหรับถนนที่เพิ่งเทคอนกรีตหรือยางมะตอยใหม่ ควร เว้นระยะเวลาให้พื้นเซ็ตตัวอย่างน้อย 7 วัน เพื่อให้แน่ใจว่าสีจะยึดเกาะได้ดี ไม่หลุดร่อนเมื่อเผชิญความร้อนหรือแรงเสียดทานจากล้อรถ นอกจากนี้ ช่างมืออาชีพยังต้องตรวจสอบสภาพอากาศก่อนลงมือทำ หากมีความชื้นสูงหรือฝนตก ควรเลื่อนงานออกไป เพื่อไม่ให้กระทบต่อคุณภาพของสี

จะเห็นได้ว่า ขั้นตอนการเตรียมพื้นผิวเป็นรากฐานของทุกงานใน วิธีตีเส้นจราจรที่มีคุณภาพ หากเริ่มต้นด้วยพื้นผิวที่สะอาดและแห้งสนิท งานตีเส้นในขั้นตอนต่อไปจะยึดเกาะแน่น สีเรียบสวย และมีอายุการใช้งานยาวนานกว่าหลายเท่า

วัดระยะตีเส้นจราจร

2. การวัดระยะและตีแนวเส้นให้แม่นยำตามมาตรฐาน

อีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญของวิธีตีเส้นจราจรคือการวัดระยะและตีแนวเส้นให้แม่นยำตามมาตรฐานกรมทางหลวง เพื่อให้เส้นจราจรมีความชัดเจน ปลอดภัย และถูกต้องตามกฎจราจร ช่างมืออาชีพจะใช้เครื่องมือ เช่น สายเอ็น ชอล์กไลน์ หรือเครื่องเลเซอร์วัดแนว เพื่อกำหนดตำแหน่งเส้นให้ตรงและมีระยะห่างที่เหมาะสมตามประเภทของถนน

ในงานจริง ช่างจะตรวจสอบและทดลองตีเส้นนำร่องด้วยชอล์กก่อนลงสีจริง เพื่อให้แน่ใจว่าแนวเส้นถูกต้องและสม่ำเสมอ การวัดระยะอย่างละเอียดนี้ช่วยลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น และทำให้เส้นจราจรที่ได้มีความเรียบเนียน สวยงามตามหลักวิศวกรรมถนน

ดังนั้น การวัดระยะและตีแนวเส้นจราจรจึงเป็นหัวใจสำคัญใน วิธีตีเส้นจราจรที่ทำให้เส้นบนถนนดูเป็นระเบียบและช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้ถนนทุกคนอย่างแท้จริง

สีตีเส้นจราจร

3. การเลือกใช้วัสดุที่เหมาะกับประเภทถนนและสภาพพื้นที่

การเลือกวัสดุที่เหมาะสมเป็นอีกหัวใจสำคัญของวิธีตีเส้นจราจร เพราะวัสดุแต่ละชนิดมีคุณสมบัติและความทนทานที่แตกต่างกัน ช่างมืออาชีพจะต้องพิจารณาสภาพถนน ประเภทการใช้งาน และสภาพอากาศของพื้นที่นั้น ๆ เพื่อเลือกใช้สีและวัสดุที่ตอบโจทย์ได้ดีที่สุด

โดยทั่วไป สีที่ใช้ตีเส้นจราจรมีหลายประเภท เช่น

  • สีเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) ที่นิยมใช้กันมากในงานถนน เพราะให้ความทนทานสูง ทนต่อแรงเสียดทานและสภาพอากาศได้ดี
  • สีอีพ็อกซี่ (Epoxy) เหมาะกับพื้นผิวคอนกรีตและพื้นที่ต้องการความทนทานสูง แต่ราคาสูงกว่า
  • สีโพลียูรีเทน (Polyurethane) ที่ให้ความยืดหยุ่นดี ทนต่อสารเคมีและรังสี UV

นอกจากชนิดของสีแล้ว ช่างยังต้องเลือกวัสดุเสริม เช่น ลูกแก้วสะท้อนแสง (Glass Beads) เพื่อเพิ่มความชัดเจนและความปลอดภัยในเวลากลางคืนหรือสภาพอากาศไม่ดี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิธีตีเส้นจราจรที่มืออาชีพไม่มองข้าม

ด้วยการเลือกวัสดุอย่างถูกต้องและเหมาะสม จะช่วยให้งานตีเส้นมีความคงทน สวยงาม และลดความจำเป็นในการซ่อมแซมบ่อยครั้ง ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว และเพิ่มความปลอดภัยให้กับทุกคนบนท้องถนน

เทคนิคตีเส้นถนน

4. การควบคุมอุณหภูมิและเทคนิคการตีเส้นจริง

ขั้นตอนการควบคุมอุณหภูมิถือเป็นส่วนสำคัญของ วิธีตีเส้นจราจรโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้วัสดุประเภทเทอร์โมพลาสติก ซึ่งต้องถูกอุ่นจนถึงอุณหภูมิที่เหมาะสมก่อนการนำไปพ่นบนพื้นถนน เพื่อให้สีละลายและยึดเกาะกับพื้นผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพและทนทานสูงสุด

ช่างมืออาชีพจะใช้เครื่องวัดอุณหภูมิแบบดิจิตอลในการตรวจสอบความร้อนของวัสดุอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้อุณหภูมิสูงหรือต่ำเกินไป เพราะถ้าวัสดุร้อนเกินไป สีอาจเกิดการเสื่อมสภาพและเสียคุณภาพได้ ส่วนถ้าอุณหภูมิต่ำเกินไป สีจะยึดเกาะพื้นผิวได้ไม่ดี เส้นจราจรจะลอกง่ายและไม่ทนต่อแรงเสียดทาน

ในส่วนของเทคนิคการตีเส้นจริงนั้น ช่างจะควบคุมความเร็วและความหนาของเส้นอย่างแม่นยำตามวิธีตีเส้นจราจร ที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้สีกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอและได้ขนาดตามที่กำหนด นอกจากนี้ การโรยลูกแก้วสะท้อนแสง (Glass Beads) จะต้องทำทันทีหลังการพ่นสี เพื่อเพิ่มความชัดเจนและความปลอดภัยในเวลากลางคืนหรือสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย

คุณภาพเส้นจาจร

5. การตรวจสอบคุณภาพหลังตีเส้นให้ได้มาตรฐาน

หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการตีเส้นจราจร ขั้นตอนสุดท้ายและสำคัญไม่แพ้กันในวิธีตีเส้นจราจร คือการตรวจสอบคุณภาพเส้นจราจรที่ได้ว่าตรงตามมาตรฐานหรือไม่ ช่างมืออาชีพจะทำการตรวจสอบทั้งความชัดเจนของเส้น ความหนา ความเรียบเนียน และความยึดเกาะของสีบนพื้นผิวถนน

การตรวจสอบนี้อาจใช้เครื่องมือวัดความหนาของสี หรือการตรวจสอบด้วยสายตาอย่างละเอียด รวมถึงการทดสอบความทนทานเบื้องต้น เช่น การเดินเท้าหรือใช้รถเข็นผ่าน เพื่อประเมินว่าเส้นไม่ลอกง่ายและสามารถรับแรงเสียดทานจากการสัญจรจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ช่างยังต้องตรวจสอบว่าการโรยลูกแก้วสะท้อนแสงและการใช้สีจราจรสะท้อนแสงถูกกระจายอย่างทั่วถึง เพื่อให้เส้นจราจรมีความชัดเจนทั้งกลางวันและกลางคืน รวมถึงทนทานต่อสภาพอากาศหลากหลายแบบ

การตรวจสอบคุณภาพหลังตีเส้นจึงเป็นส่วนสำคัญใน วิธีตีเส้นจราจร ที่ช่วยให้มั่นใจว่างานที่ส่งมอบนั้นมีมาตรฐานสูง ตรงตามความต้องการของหน่วยงานและปลอดภัยต่อผู้ใช้ถนนในระยะยาว

วิธีตีเส้นจราจรที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและยกระดับคุณภาพถนน

การทำเส้นจราจรที่มีคุณภาพ ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้ถนนเท่านั้น แต่ยังเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับถนนและชุมชนรอบข้างด้วย การเข้าใจและปฏิบัติตาม วิธีตีเส้นจราจรอย่างถูกต้องตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมพื้นผิว การวัดระยะและตีแนวเส้นอย่างแม่นยำ การเลือกวัสดุที่เหมาะสม การควบคุมอุณหภูมิและเทคนิคการตีเส้น รวมถึงการตรวจสอบคุณภาพหลังงานเสร็จ จะช่วยให้งานตีเส้นมีความคงทน สวยงาม และปลอดภัยในระยะยาว

ด้วยเทคนิคและความพิถีพิถันในแต่ละขั้นตอนนี้ ช่างมืออาชีพจึงสามารถสร้างเส้นจราจรที่ตอบโจทย์ทั้งด้านความปลอดภัยและความสวยงามได้อย่างแท้จริง 

Anukul Traffic ผู้รับเหมาสัญลักษณ์บนถนน ประสบการณ์กว่า 10 ปี

อนุกูล ทราฟฟิค คือ ผู้รับเหมาสัญลักษณ์บนถนนที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 10 ปี เรามีทีมงานที่ชำนาญการในการตีเส้นจราจรและบริการอื่น ๆ โดยเรามุ่งเน้นถึงคุณภาพของงานตีเส้นให้ได้คุณภาพดี ตรงตามแบบและสเป็กงาน เราให้บริการกับลูกค้าทั้งภาครัฐบาลและเอกชนครอบคลุมงานลูกค้าทั่วไทย นอกจากนี้ เรายังส่งเสริมกิจกรรมเพื่อสังคม ให้บริการรับเหมาตีเส้นจราจรให้แก่บ้านพักคนชรา พุทธศาสนสถานต่าง ตลอดจนการร่วมโครงการปันน้ำใจต่าง ๆ อีกด้วย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีตีเส้นจราจร

ระยะเวลาในการตีเส้นจราจรขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยหลัก ๆ ได้แก่ ขนาดของพื้นที่ที่ต้องการตีเส้น จำนวนเส้นที่ต้องทำ และสภาพอากาศในวันนั้น ๆ หากเป็นพื้นที่ขนาดเล็กหรือถนนสายเล็ก ๆ การตีเส้นอาจใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น แต่สำหรับถนนสายใหญ่หรือโครงการที่มีความซับซ้อน เช่น ทางแยกขนาดใหญ่ หรือถนนที่ต้องตีเส้นหลายชั้น อาจต้องใช้เวลาหลายวัน

สีเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) ถือเป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมสูงสุดในงานตีเส้นจราจร เนื่องจากมีคุณสมบัติทนทานต่อแรงเสียดทานจากยานพาหนะและทนต่อสภาพอากาศได้ดี ไม่ว่าจะเป็นแดดจัด ฝนตก หรืออุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง นอกจากนี้ สีเทอร์โมพลาสติกยังมีความหนาที่เหมาะสม ทำให้เส้นจราจรมีความคมชัดและมีอายุการใช้งานนานกว่า 3-5 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพการใช้งานและการดูแลรักษา

การเตรียมพื้นผิวถือเป็นขั้นตอนสำคัญในวิธีตีเส้นจราจร เพราะพื้นผิวที่สะอาดและแห้งสนิทช่วยให้สีติดแน่นและยึดเกาะกับถนนได้ดีขึ้น ลดโอกาสการลอกหลุดของเส้นจราจรในระยะเวลาอันสั้น อีกทั้งการปรับแต่งพื้นผิวให้เรียบเสมอกันยังช่วยให้เส้นที่ได้มีความเรียบร้อย สวยงาม และทนทานต่อแรงเสียดทานจากการสัญจรของยานพาหนะ ทำให้งานตีเส้นมีคุณภาพสูงและอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า

การเลือกสภาพอากาศที่เหมาะสมถือเป็นส่วนสำคัญใน วิธีตีเส้นจราจร โดยทั่วไปควรหลีกเลี่ยงการตีเส้นในช่วงที่ฝนตกหรือมีความชื้นสูง เพราะน้ำและความชื้นจะทำให้สีไม่สามารถยึดเกาะกับพื้นถนนได้ดี สีอาจหลุดลอกง่ายหรือเกิดปัญหาการซีดจางเร็วกว่าปกติ ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือวันที่อากาศแจ่มใส มีแดดอ่อน ๆ และพื้นผิวถนนแห้งสนิท เพื่อให้สีแห้งเร็วและติดแน่น ทนทานต่อแรงเสียดทานและการสัญจรในระยะยาว

การตรวจสอบคุณภาพเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยรับประกันว่าเส้นจราจรที่ได้ตรงตามมาตรฐานและมีความปลอดภัย โดยช่างมืออาชีพจะตรวจสอบทั้งความชัดเจนของเส้น ความหนาของสี ความเรียบเนียน และการยึดเกาะของสีบนพื้นผิวถนน รวมถึงตรวจสอบการกระจายตัวของลูกแก้วสะท้อนแสงเพื่อเพิ่มความเห็นได้ชัดในเวลากลางคืน และทดสอบความทนทานเบื้องต้น เพื่อให้มั่นใจว่าเส้นจราจรจะไม่หลุดลอกง่ายเมื่อเผชิญกับการสัญจรและสภาพอากาศจริง

บทความล่าสุดของเรา

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า